เมื่อเที่ยวน่านอย่างเดียว มัน “เอ้าท์”!!! (3/3)

                      เมื่อเต็มอิ่มกับ ที่นอนนุ่มๆ ผ้าห่มอุ่นๆ ก็ต้องรีบกระชากตัวเองขึ้นจากเตียง ทั้งที่ไม่อยากลุกเลย แต่ก็คงพลาดไม่ได้กับวิวยามเช้าของ เมืองปัว สูดออกซิเจนให้เต็มปอดเพื่อจะรีบไปหยุดเวลา ของความสงบกับโอบกอดขุนเขา ที่สะปัน

                       สะพายเป้พร้อมเดินทาง ที่สำคัญกล้องต้องพร้อมเพราะเราต้องใช้เส้นทางถนนลอยฟ้า ผ่านอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ซึ่งตลอดทางมีทิวทัศน์ที่สวยงามพร้อมจุดชมวิวที่ให้เราได้แวะ แชะ แวะชมได้ตลอดเส้นทางของถนนสายนี้ ถึงบ่อเกลือแล้วแวะสักหน่อย บ่อเกลือสินเธาว์ บนภูเขาที่มีแห่งเดียวในโลกและตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน พร้อมได้ชมวิถีชีวิตของชาวบ่อเกลือการต้มเกลือที่ไม่มีที่ใดเหมือน
 
 
                         หมู่บ้านสะปัน หมู่บ้านเล็กๆกลางขุนเขาและมีธารน้ำไหล ความสวยงามของธรรมชาติและโอโซนที่สดชื่นจนใครๆ ก็อยากจะมาหา “สะปัน” ทั้งวัดสะปัน ที่สามารถชมวิวรอบๆหมู่บ้านได้ทุกมุมมอง น้ำตกสะปันที่เป็นบ่อเกิดความชุ่มชื่นของชุมชน และบรรดาที่พัก โฮมสเตย์ และคาเฟ่ ที่ตั้งอยู่เรียงรายริมน้ำปัน ที่มาของคำว่า “สะปัน” จนทำให้อยากจะหยุดเวลาไว้ ณ ที่แห่งนี้  สุขจนลืมเวลา กลับเข้าเมืองน่านกันต่อ  
 
 
                           ถึงเมืองน่าน สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือการชมวิวล้านนาที่สวยที่สุด บนพระธาตุเขาน้อย จุดชมวิวที่สวยที่สุดของจังหวัดน่าน  พร้อมนมัสการองค์พระใหญ่คู่บ้านคู่เมืองน่าน พระธาตุตั้งอยู่บนเขาน้อย ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า นอกจากเราจะได้มานมัสการพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองแล้ว  ตรงจุดลานปูนซึ่งจะมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ คือ พระพุทธมหาอุตมมงคมนันทบุรีศรีเมืองน่าน ประดิษฐานอยู่ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร  จึงเป็นที่สถานที่ศักสิทธิ์ที่ชาวน่านและนักเดินทางมาสักการะอยู่เป็นประจำ
 
 
                          จากนั้นแอบไปบอก "รัก" คนข้าง กับ ภาพกระซิบรัก ณ วัดภูมินทร์ วัดที่ต้องห้ามพลาด เป็นที่มีชื่อเสียงเรื่องจิตรกรรมฝาผนังของชาวล้านนา ผ่านตัวละคร ป่าม่าน ย่ามม่าน จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด ในชื่อภาพ “กระซิบรักบรรลือโลก” พร้อมทั้งชมภาพต่างๆภายโบสถ์และวิหารซึ่งเป็นอาคารหลังเดียวกัน
 
                           ใกล้ๆกัน เข้าชม พิพิธภัณฑ์น่าน เดิมเป็นหอคำ ที่ประทับของผู้ครองนครน่าน และเป็นศาลากลางจังหวัดแห่งแรก ต่อมากลายเป็นพิพิธภัณฑ์จนปัจจุบัน จัดแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวน่านรวมเป็นถึงชนเผ่าต่างๆ ตลอดจนวัตถุโบราณข้าวของเครื่องใช้ที่ค้นพบในจังหวัดตั้งแต่ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ สิ่งจัดแสดงที่สำคัญ คือ งาช้างดำ งาช้างข้างซ้าย ซึ่งตกทอดจนกผู้ครองนครจากรุ่นสู่รุ่น เป็นวัตถุมงคลประจำจังหวัดน่าน อีกทั้งยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆ คือซุ้มลีลาวดีที่เหล่านักเดินทางต่างแวะเวียนมาเก็บภาพเป็นที่ระลึกทุกครั้งที่มา
 
                            และในตอนเย็น ก็ได้ฝากท้องไว้กับ กาดข่วงน่าน ที่จัดทุกสุดสัปดาห์ ที่ข่วงเมือง บรรดาของกิน ของที่ระลึกมีให้เลือกสรรค์มากมาย พร้อมที่นั่งรับประทานสไตล์ขันโตก ชมวิวรอบๆที่รายล้อมไปด้วย วัด และศิลปกรรมของจังหวัดน่าน 
                           
                          และนี่คือการเดินทางตลอด 4วัน3คืน บนเส้นทาง แพร่-น่าน เมืองรองที่ไม่เป็นรองใคร ทั้งที่สถานที่เที่ยวสวยๆ ร้านอาหารอร่อยๆ คาเฟ่เก๋ๆ วัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และที่ขาดไม่ได้เลยคือความสุขที่ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติตลอดการเดินทาง เป็นการเติมพลังกายและพลังใจได้อย่างดี