เมื่อเที่ยวน่านอย่างเดียว มัน “เอ้าท์”!!! (1/3)

             วันหยุดมีน้อย ใช้สอยอย่างประหยัด จะเที่ยวทั้งที ภาพที่อัพขึ้น SOCIAL จะเหมือนคนอื่นได้ยังไง การเดินทางครั้งนี้จึงเกิดขึ้น ทริปส่วนตัวที่ดีต่อใจ และเป็นมิตรต่อปลอด บน เส้นทาง แพร่-น่าน แบบ SLOW LIFE ตลอด 4วัน3คืน

 
              เมืองน่าน หลายๆคนอาจจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่แพร่ เป็นเมืองรองที่ใครหลายคนมองข้าม ครั้งนี้จึงบินตรง สู่แพร่ ใครจะคิดว่า “แพร่” ก็มีสนามบินนะ มีไฟล์ลงวันละ 2 ไฟล์ทต่อวัน เริ่มต้นกันด้วยการแต่งตัวเป็นสาวเหนือแบบเก๋ๆ กับการเลือกซื้อชุดเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของเมืองหวานเย็น ณ บ้านทุ่งโฮง ถนนสายหม้อฮ่อม ที่ตลอด สองข้างทาง 4 กิโลเมตร เรียงรายไปด้วยร้านขายเสื้อหม้อมฮ่อม เสื้อย้อมคราม ทั้งสไตล์ดั้งเดิมและแบบสมัยใหม่ที่ใส่เดินเล่นได้ในทุกโอกาส เปลี่ยนชุดกันเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาแห่งความสิริมงคล ของคนเกิดปีขาด กับการเข้าสักการะพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีขาดกับ พระธาตุช่อแฮ วัดศักดิ์สิทธิ์ เก่าแก่ คู่บ้าน คู่เมืองจังหวัดแพร่ ถึงกับขนาดมีคำกล่าวที่ว่า หากใครมาแพร่ แล้วไม่ได้มาสักการะพระธาตุช่อแฮ ถือว่ามาไม่ถึงเมืองแพร่ 
 
 
 
               เข้าสู่ช่วงบ่าย เมื่อการเดิมทางที่ต้องมาควบคู่กับพลังงานที่ใช้ในการก้าวเดิน ก็ถึงเวลาเติมเต็มของอร่อยเข้าท้องกันแล้ว กับร้านฮอม 2493 ร้านอาหาร LOCAL ในราคาสบายกระเป๋า กับบรรยากาศสุดชิลล์ มื้อแรกเริ่มด้วยด้วย ผัดหมี่ฮอม ที่คล้ายๆหมี่โคราช หรือว่าผัดไทย แต่ว่าจะมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์พร้อมเครื่องเคียงอย่างหมูย่างน้ำจิ้มแจ่วแสนอร่อย, ปีกไก่ทอดมะแชว่น ไก่ทอดกับมะแขว่นสองอย่างที่ผสมกันอย่างลงตัว ทั้งความหอมของมะแขว่น และความกรอบจากการทอดอย่างพิถีพิถัน และที่ขาดไม่ได้สำหรับคนเมืองแพร่คือ ขนมเส้นน้ำหมูหรือที่ทางร้านเรียกว่าขนมเส้นกระดูกนุ่ม เข้มข้นไปด้วยน้ำซุปเคี้ยวข้ามคืนและกระดูกอ่อน เติมด้วยกากหมูเจียวแบบกรอบๆ กินกันแบบไม่ต้องนับแคลกันเลยทีเดียว 
 
                เมื่อพลังเต็มเปี่ยมก็พร้อมออกเดินทางกันต่อ กับ คุ้มวงศ์บุรี อาคาร 2 ชั้นสไตล์ไทยล้านนาผสมยุโรปเก่าแก่ อายุกว่า 100 ปี โด่ดเด่นด้วยสีชมพู-ขาว ดูอ่อนหวาน วัสดุก่อสร้างด้วยไม้สักทอง เพิ่มดีเทลความน่ารักด้วย ลวดลายไม้ฉลุ หรือทีเรียกว่า ลาย “ขนมปังขิง” ซึ่งด้านในเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงประวัติศาสตร์ชีวิตความเป็นอยู่ ของเจ้านายในอดีต ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ล้วนตกทอดกันมา รุ่นสู่รุ่น เหมือนว่าได้ย้อนเวลากลับไป ในอดีต หลังจากเดินเล่นในเมืองกันซักพัก ก็ถึงเวลาใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น เดินทางสู่จุดชมวิว จุดชมวิวดอยเล็ง จุดที่สามารถสัมผัสธรรมชาติวิวภูเขาที่ล้อมรอบ ด้วยความที่จุดชมวิวอยู่บนภูเขาสูง ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองแพร่ที่โอบคลุมด้วยภูเขาได้อย่างชัดเจน อีกทั้งจุดชมวิวใกล้เคียงก็สามารถมองกลับไปเห็นวัดพระธาตุช่อแฮสีทองอร่าม
 
 
 
                หลังจากกลับเข้าในเมือง มื้อเย็นฝากท้องเอาไว้ที่ ร้านบ้านม่อนนกยูง ร้านอาหารบรรยากาศสบายๆ เแบบเปิดโล่ง กับอาหารแบบฉบับเมืองแพร่ เริ่มต้นด้วย อาหารที่มีเฉพาะฤดูกาล อย่าง แกงคั่วเห็ดเผาะ ที่มีรสสัมผัสเฉพาะ และรสชาติเข้มข้น ต่อด้วยไข่ปาม ลูกผสมระหว่างไข่ตุ่น และไข่เจียว เห็นหน้าตาจืดๆ แบบนี้ แต่รสชาติไม่จืดตามหน้าตา ถ้าใครมาแล้วต้องลองสั่งมาทานให้ได้ และอีกอย่างที่ห้ามพลาด คือ ปลาช่อนสมุนไพร ที่มาพร้อมกับน้ำจิ้มรสเด็ด กลิ่นหอมๆ ของเครื่องเทศ ถือเป็นตัวชูโรงให้อาหารจานนี้ โดดเด่นมายิ่งขึ้น เป็นอีกหนึ่งมื้อที่ทำให้เจริญอาหาร เพิ่มน้ำหนักตัวไปในตัว
 
                 และแล้ว 1 วันกับแพร่ เมืองรองที่ใครหลายคนมองข้าม แต่กลับทำให้มีความสุขอย่างที่สุด... วันต่อไป ลีลาวดี ฮอลิเดย์ จะพาไปเที่ยวต่อที่ไหนบ้าง ติดตามอ่านต่อได้ในตอนต่อไป..